กองคลัง กรมควบคุมโรค http://thaiantialcohol.com/ กองคลัง กรมควบคุมโรค Sun, 23 Sep 2018 19:18:00 +0700 RE : รายชื่อที่ผ่านการคัดเบือกเข้ารับประทานโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรดีเด่นด้านป้องกันควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องใน วันงดดื่มสุราแห่งชาติ 2561 http://thaiantialcohol.com/ 2018-07-09 14:48:57’ RE : แนวทางเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล ว.143 http://thaiantialcohol.com/ 2018-05-01 10:04:04’ RE : กรมควบคุมโรค เปิดตัวนวัตกรรมโปรแกรมประยุกต์ (Application) “TAS” เพื่อเฝ้าระวังการละเมิดกฎหมายควบคุมยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” หวังให้ประชาชนเข้าถึงการร้องเรียนได้มากขึ้น http://thaiantialcohol.com/ 2018-02-02 11:07:42’ RE : เรื่อง รายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้แทนองค์กรเอกชน ในคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2560 http://thaiantialcohol.com/ 2017-09-22 13:42:57’ RE : แบบสอบถามเรื่อง การใช้ประโยชน์ความพึงพอใจและความไม่พึงพอใจต่อแนวทางการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่ (ตำบล) http://thaiantialcohol.com/ 2017-09-13 09:05:35’ RE : แนวทางการดำเนินงานในชุมชนเพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ตำบล) Tree Model http://thaiantialcohol.com/ 2017-09-13 09:02:29’ RE : 4ป มาตรการ 4 ปิด ข้อปฎิบัติเมื่อไฟดับ http://thaiantialcohol.com/ 2017-08-16 13:49:15’ RE : เช็คอินในผับปรับ 50,000 แค่ข่าวปลอม http://thaiantialcohol.com/ 2017-08-15 14:34:31’ RE : ประกาศหลักเกณฑ์การรับสมัครบุคคลเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้แทนองค์กรเอกชนในคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ http://thaiantialcohol.com/ 2017-06-30 14:43:48’ RE : ตั้งวงกินเหล้าด้วยกัน ก่อนพบลุงเป็นศพ ตามเจอคนก่อเหตุเป็นหลานหูหนวก อ้างเงินหาย โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 22 มิถุนายน 2560 เมื่อเวลา 6.20 น. วันที่ 22 มิ.ย.60 ร.ต.อ. สมาน พรหมประดิษฐ์ พนักงานสอบสวน สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตลักษณะถูกทำร้ายร่างกาย นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณหน้าเพิงพัก ภายในกระท่อมไม่มีเลขที่ ม.5 บ.คลองน้ำเย็น ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพา รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านชั้นเดียวยกสูงปลูกเป็นเพิงเล็กๆ บริเวณหน้าบ้านบันใดทางขึ้นพบศพชาย 1 ราย สวมกางเกงขาสั้นสีกรม ไม่สวมเสื้อ ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลแตกบริเวณหน้าผาก และมีรอยเขี้ยวช้ำ สภาพศพเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 ชั่วโมง ต่อมาทราบชื่อผู้ตาย คือ นายก้ำ ไชยพงษ์ 57 ปี ไม่ทราบที่อยู่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการส่งศพผู้ตายไปทำการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลวังทอง จากการสอบสวนชาวบ้านที่อยู่ในละแวก ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้นั่งดื่มสุรากับหลานชายคือ นายกู้เกียรติ ทันนิเทศ อายุ 27 ปี หรือ ชื่อเล่น ตั้ม โดยทั้งคู่ได้มาอยู่พักอาศัยด้วยกัน และทุกๆวันในช่วงเย็นทั้งคู่จะนั่งดื่มสุราเป็นประจำด้วยกัน แต่เกิดเหตุพบว่านายตั้ม ซึ่งเป็นหลานชายได้หายตัวไป ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ออกติดตามตัวในทันที และพบว่านายตั้มได้ไปแอบหลับนอนอยู่ภายในกระท่อมร้าง ห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 500 เมตร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการเข้าควบคุมตัวมาทำการสอบสวน เบื้องต้นจากกาสอบสวน นายตั้มยังให้การวกวนเนื่องจากนายตั้มมีอาการหูหนวก พร้อมกับใช้วิธีเขียนเป็นตัวหนังสือใส่กระดาษให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอ่านแทน โดยสารภาพได้ทำร้ายผู้ตายจริง ด้วยการชกต่อยเข้าที่หน้าผากและใบหน้าของผู้ตายจำนวนหลายหมัด เพราะโกรธแค้นที่เงินของตนที่เก็บไว้ในบ้านได้หายไป และเชื่อว่าผู้ตายน่าจะขโมยเงินของตนไป จึงได้มีปากเสียงกันระหว่างนั่งดื่มเหล้าด้วยกัน ก่อนที่จะลงมือทำร้ายผู้ตายจนเสียชีวิต และตนจึงได้ไปหนีไปอาศัยหลับนอนที่กระท่อมอีกแห่ง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ควบคุมตัวนายตั้มไว้ทำการสอบสวนอย่างระเอียดอีกครั้งก่อนดำเนินคดีตามกำหมายต่อไป http://thaiantialcohol.com/ 2017-06-22 13:43:41’ RE : อุทาหรณ์! ตาวัย 70 กินเหล้าแกล้มทุเรียน ก่อนชาวบ้านพบเป็นศพคากระท่อม โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 21 มิถุนายน 2560 เมื่อเวลา 19.45 น. วันที่ 20 มิ.ย. 2560 เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือ เขต ต.หนองบอน อ.บ่อไร่ จ.ตราด ได้รับแจ้งประสานจาก จนท.มูลนิธิขลุง อ.ขลุง จ.จันทบุรี ว่า ให้ช่วยตรวจสอบเหตุผู้เสียชีวิต พื้นที่บ้านคลองเครือหวาย ต.ตกพรม อ.ขลุง จันทบุรี ซึ่งเป็นรอยติดต่อกับตำบลหนองบอน อ.บ่อไร่ จ.ตราด  หลังรับแจ้งแล้ว จนท.กู้ภัยฯตราด เขตหนองบอนได้ออกตรวจสอบ พบว่าผู้เสียชีวิตเสียชีวิตอยู่ภายในกระท่อมไม่มีเลขที่ ทราบชื่อคือนายตา ไม่ทราบนามสกุล อายุ 70 ปี บ้านเดิมอยู่ที่ จ.ลำปาง โดยผู้พบศพ ให้การว่า  นายตาได้ดื่มเหล้าตั้งแต่ช่วงบ่าย พร้อมกับกินทุเรียนไปด้วย จากนั้น นายตาได้เดินลงไปที่คลองด้านหลังบ้านและเกิดเป็นลม ตนเองมาพบจึงพยุงนายตาขึ้นมาบนที่พัก และให้นอนพัก ส่วนตนเองได้กลับบ้าน และกลับมาอีกครั้งในเวลา 16.00 น. ก็พบนายตา เสียชีวิตแล้ว ตนเองจึงแจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้านใน ต.หนองบอน แต่ปรากฎว่า พื้นที่ที่นายตาเสียชีวิตเป็นเขต ต.ตกพรม อ.ขลุง จันทบุรี จึงต้องรอ จนท.มูลนิธิขลุง และ จนท.ตร.จาก สภ.ตกพรม เดินทางมาตรวจสอบ โดย ร.ต.ท. อนุชา พุทธศาสตร์ ร้อยเวร สภ.ตกพรม ได้ตรวจสอบตามร่างกายของนายตาแล้วไม่พบบาดแผลใดๆ ตามร่างกาย คาดว่า นายตาน่าเกิดอาการช็อกจนเสียชีวิต หลังดื่มเหล้าพร้อมทุเรียน จากนั้นได้ให้ จนท.มูลนิธิขลุง นำศพนายตาส่งไปยัง รพ.ขลุง เพื่อทำการชันสูตรศพอีกครั้ง พร้อมมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป http://thaiantialcohol.com/ 2017-06-22 13:41:34’ RE : เมาเดือด! สองหนุ่ม นั่งดื่มจนเมามาย พูดจาผิดหู คว้าหน้าสามไล่ฟาดเลือดอาบ เละทั้งตัว โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 19 มิถุนายน 2560 วันที่ 18 มิ.ย. ด.ต.วีระ มงคลมะไฟ ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.เมือง สมุทรปราการ ทำหน้าที่สายตรวจจุดบริการตู้ยาม กม. 30 ได้รับแจ้งมีชายถูกทำร้ายด้วยของแข็งได้รับบาดเจ็บ ภายในแค้มป์พักคนงานของ บริษัทใน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เดินทางเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหลังของบริษัทดังกล่าว ซึ่งเป็นห้องพักคนงานได้พบร่างของนายสุรพล บาดาล อายุ 46 ปี มีเลือดเต็มใบหน้าและลำตัว นั่งอยู่กับพื้น มีบาดแผลแตกที่ศีรษะเจ้าหน้ามูลนิธิได้ให้การช่วยเหลือก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ ที่พื้นห้องพบกองเลือดจำนวนมาก ใกล้กันพบไม้หน้าสาม ยาว 40 เซนติเมตรเปื้อนเลือดตกอยู่ ห่างไปเล็กน้อยพบเหล็กแป๊บมีคราบเลือดติดอยู่ตกอยู่ข้างกองเลือด ทราบชื่อคนก่อเหตุชื่อนายเป้ ไม่ทราบชื่อจริงอายุประมาณ 30 ปี ซึ่งเป็นชาวสุรินทร์ หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป จากการสอบถามนายอนุเชสซ์ เผ่าทหาร อายุ 36 ปี ได้เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ ตนและนายสุรพล ได้นั่งดื่มเหล้าอยู่ด้วยกัน จนถึงช่วงบ่าย จึงได้แยกย้ายกันเข้าห้องพัก แต่นายสุรพล ได้ไปนั่งดื่มเหล้าต่อที่ห้องของนายเป้ จนกระทั่งเย็น ก่อนที่จะพบเห็นนายสุรพลจะวิ่งออกมาหาตน และบอกตนว่าถูกนายเป้ตบหน้า อยากให้ตนเข้าไปช่วย ตนเห็นว่านายสุรพล อยู่ในอาการมึนเมาแล้ว เลยบอกให้นายสุรพล กลับห้องไปนอน แต่นายสุรพล ไม่ฟังก่อนที่จะเดินกลับไปที่ห้องของนายเป้ อีกพักใหญ่ นายสุรพล ได้วิ่งหนีออกมาจากห้องอีกครั้งโดยมีนายเป้ ผู้ก่อเหตุวิ่งถือไม้หน้าสามไล่ตีออกมา จนล้มลงไปกับพื้น นายเป้ ได้เดินไปหยิบเหล็กแป๊บซึ่งเป็นขาตั้ง เตาปิ้งย่างมาฟาดศีรษะของนายสุรพล เข้าอย่างแรงจนเป็นบาดแผลฉกรรจ์เลือดไหลทะลักออกมาเต็มใบหน้า ตนจึงได้เข้าไปให้การช่วยเหลือโดยเข้าไปแย่งเหล็กแป๊บออกมาโยนทิ้ง ก่อนที่นายเป้ ผู้ก่อเหตุจะวิ่งหลบหนีออกไปทางด้านหลังบริษัท ตนจึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามจับกุมนายเป้ ผู้ก่อเหตุมาทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป http://thaiantialcohol.com/ 2017-06-19 17:58:25’ RE : รวบแล้ว! พ่อบุญธรรมหื่น เมาทุบหัวฆ่าเปลือยสาวดับสยอง อ้างถอดเสื้อผ้าเพราะสมยอม โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 18 มิถุนายน 2560 วันที่ 18 มิ.ย. ที่ สภ.เขาคิชฌกูฎ พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชาติ ไชยบุญเรือง ผกก.สภ.คิชฌกูฏ นำกำลังตำรวจสืบสวน ควบคุมตัว นาย เพ็ชร ประทุมวัน อายุ 65 ปี ต.สำโรงปราสาท อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ผู้ต้องหาในคดี ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา พร้อมท่อนไม้ไผ่ ยาว 70 ซม. มาแถลงผลการจับกุมต่อสื่อมวลชน หลังจากได้ก่อเหตุใช้ไม้ ทุบหัวฆ่าเปลือย น.ส.พันทิพา หรือ จุ๋ม ใจตั้ง อายุ 40 ปี ต.บ้านค่าย อ.เมือง จ.ระยอง ที่นับถือผู้ตายเป็นพ่อบุญธรรม จนเสียชีวิต โดยเหตุเกิดภายในบ้านพักคนงานพื้นที่ ม.4 ซ.3 ต.ชากไทย อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมาและได้หลบหนีไป กบดานที่ จ.ศรีสะเกษ บ้านเกิด ก่อนถูกตำรวจตามจับตัวได้  ต่อมา ตำรวจได้นำตัว นายเพ็ชร ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังบ้านพักคนงานที่เกิดเหตุ โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าว มารอดูหน้ากันเป็นจำนวนมาก ขณะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ ได้กระจายกำลัง ช่วยกันกลุ่มประชาชน ให้ออกห่าง หวั่นผู้ต้องหาถูกรุมประชาทัณฑ์ หลังใช้เวลาไม่นาน จึงได้นำตัวผู้ต้องหา กลับโรงพักทันที พล.ต.ต.จรัล เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ใช้ไม้ทุบหัวฆ่า น.ส.พันทิพา ผู้ตายจริง เนื่องจากมีปากเสียงทะเลาะกันหลังจากดื่มสุราจนเมาได้ที่ ส่วนสาเหตุที่ถอดเสื้อผ้าผู้ตายออก เพื่อต้องการจะมีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยยืนยันว่า ผู้ตายสมยอมเอง ไม่ได้มีการใช้กำลังบังคับข่มขืน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา เนื่องจาก นายเพ็ชร ยังให้การวกไป วนมา ขัดต่อพฤติการณ์ และหลักฐานในที่เกิดเหตุ เบื้องต้น จึงได้แจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ไว้ก่อน ส่วนการแจ้งข้อหาอื่นเพิ่มนั้น ยังต้องผลการตรวจชันสูตรของแพทย์ หากพบว่ามีร่องรอยหลักฐานว่าผู้ตายถูกล่วงละเมิด ทางตำรวจจะแจ้งข้อหา ข่มขืนกระทำชำเรา เพิ่มอีกกระทง http://thaiantialcohol.com/ 2017-06-19 17:53:10’ RE : หนุ่มก๊งเหล้าเมาได้ที่-วิ่งออกกลางถนน รถเมล์ขับมาหลบไม่ทัน-ชนดับคาที่ โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่  16 มิถุนายน 2560 เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 16 มิ.ย. พ.ต.ท.มานิต จันทร์ประสิทธิ์ รองผกก.(สอบสวน) สน.วิภาวดี รับแจ้งเหตุรถประจำทางเฉี่ยวชนคนเดินเท้าเสียชีวิต บริเวณปากซอยวิภาวดี 18 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบศพชายไม่ทราบชื่อและสกุลอายุประมาณ 40-50 ปี สภาพนอนหงายอยู่บนพื้นถนนวิภาวีรังสิตขาเข้าเลนซ้ายสุด มีบาดแผลแตกที่หน้าผากด้านซ้าย แขนขวาหัก สวมเสื้อกล้ามสีเทา สวมกางเกงขายาวชั้นนอกสภาพขาด กางเกงขาสั้นลายการ์ตูนสีน้ำเงิน ไม่สวมรองเท้า ห่างไปประมาณ 2 เมตร พบรถประจำทางปรับอากาศสาย 69 วิ่งระหว่างท่าอิฐ-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เลขข้างรถ 69-9 ทะเบียน 13-5246 กรุงเทพมหานคร จอดห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 เมตร สอบสวนนายณรงค์ แก้ววิชิต อายุ 56 ปี พนักงานขับรถประจำทางคันเกิดเหตุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถมาบนถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาเข้า ซึ่งวิ่งเป็นเที่ยวสุดท้ายมีผู้โดยสารมาเต็มคันรถ เมื่อขับมาถึงปากซอยเกิดเหตุพบเห็นผู้ตายวิ่งตัดหน้ารถลงมาบนพื้นถนน จึงรีบเหยียบเบรกและหักรถหลบ แต่ไม่พ้นจึงเฉี่ยวชนผู้ตายเข้า จากการสอบพยานในที่เหตุพบว่าผู้ตายได้มานั่งดื่มสุราบริเวณริมถนนจนเมามายขาดสติก่อนจะลุกขึ้นและวิ่งลงไปบนพื้นถนนจนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่แจ้งข้อกล่าวหาแก่พนักงานขับรถประจำทางสายดังกล่าว เนื่องจากเป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งจุดที่เกิดเหตุไม่มีสะพานลอยหรือทางคนข้ามแ ซึ่งคาดว่าผู้เสียชีวิตขาดสติหรืออาจคิดสั้นฆ่าตัวตาย http://thaiantialcohol.com/ 2017-06-19 17:48:26’ RE : มีดแทงปักอกเมีย! ผัวเมาคลั่งไล่ฟันชาวบ้านหนีตายระทึก ก่อนย้อนเข้าบ้านฆ่าเมีย โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่  16  มิถุนายน 2560 เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ร.ต.อ.อมร ธารีนาถ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเกิดเหตุชายเมาสุราแล้วคลุ้มคลั่งใช้มีดไล่ฟันชาวบ้านก่อนกลับมาแทงภรรยาเสียชีวิต บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 61/91 หมู่ 7 ต.บ่อโพง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา จึงประสานแพทย์เวร ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิพุทไธสวรรย์ ที่เกิดเหตุบนพื้นหน้าบ้านพบศพนางมณี ส้มแก้ว อายุ 56 ปี สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าบริเวณหน้าอก 1 แผล ใกล้กันพบขวาน 1 เล่ม อาวุธมีด 1 เล่ม และขวดสุราตกอยู่ ส่วนคนร้ายคือ นายพรหม หล้าคำ อายุ 45 ปี เป็นสามีของผู้ตาย ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลถูกขวานฟันเข้าที่ศีรษะและท้อง หน่วยกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชไปก่อนแล้วในสภาพเมาสุราอย่างหนัก จากการสอบสวนชาวบ้าน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นนายพรหมนั่งดื่มสุราอยู่หน้าบ้านตั้งแต่เช้า จากนั้นจู่ๆก็เดินถือมีดออกจากบ้านวิ่งไล่ฟันชาวบ้านจนต้องพากันวิ่งหนีตายกระโดดลงบ่อน้ำ แต่นายพรหมก็ยังถือมีดเดินวนไปวนมาก่อนที่ชาวบ้านคนอื่นๆจะมาช่วยกันไล่จับ ทำให้นายพรหมวิ่งหนีกลับเข้าบ้านแล้วมาทะเลาะกับผู้ตายแล้วพยายามจะใช้มีดแทง แต่ผู้ตายต่อสู้ใช้ขวานฟันศีรษะและท้อง ก่อนจะถูกนายพรหมใช้มีดแทงหน้าอกล้มลงเสียชีวิตทันที เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตามไปควบคุมตัวนายพรหม หากแพทย์ทำแผลเสร็จและอนุญาตให้รับตัวได้ ก็จะคุมตัวไปสอบสวนแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป http://thaiantialcohol.com/ 2017-06-19 17:46:45’ RE : รายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกเข้ารับประกาศเกียรติคุณในการจัดกิจกรรมวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ประจำปี 2560 http://thaiantialcohol.com/ 2017-06-15 19:43:10’ RE : ไม่ให้ร่วมวงด้วย!! หลานเมากลับไปบ้าน หยิบปืนจ่อน้าดับคาร้านชำ สารภาพแค้นสะสม โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 6 มิถุนายน 2560 หลานเมาจ่อยิงน้าเขยดับคาร้านขายของชำ หลังถูกปฏิเสธไม่ให้ร่วมวงเหล้า สารภาพมีความแค้นสะสมมาหลายปี เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. ร.ต.อ.เสรี โชคผ่อง รองสวส.สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันที่ร้านขายของชำ ริมถนนสายเนินขุนทอง-วัดเกาะ หมู่ 3 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก. พ.ต.ท.เอกรัฐ สวนแสน รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.วรพงษ์ หะยีหวัง สวป. ร.ต.อ.ณรงค์ สุวรรณรัตน์ รองสว.สส. ทราบว่ามีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 คน คือ นายอนุชา ปาทะรัตน์ อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกโม่เข้าที่ศีรษะ1 นัด ในลักษณะจ่อยิง จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุผู้ตายพร้อมด้วยลูกสาวอายุ 22 ปี และเพื่อนบ้าน 1 คน ได้ตั้งวงดื่มกินอยู่ที่โต๊ะหน้าร้าน ปรากฏว่าได้มีคนร้าย คือ นายอัมรินทร์ บ่อทอง อายุ 39 ปี ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา หลังจากที่ไปร่วมงานเลี้ยงในหมู่บ้าน เดินเข้ามาเพื่อขอร่วมวงแต่ถูก นายอนุชา ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าเขยปฏิเสธและไล่ออกไป ทำให้ นายอัมรินทร์ ไม่พอใจเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกลกัน เอาปืนเดินตรงเข้าไปจ่อยิง นายอนุชา จนหงายหลังล้มลงกองกับพื้นก่อนวิ่งหนีไป โดยนายอัมรินทร์ ได้เข้ามอบตำรวจกับตำรวจ สภ.หาดใหญ่ พร้อมกับเผยถึงสาเหตุที่ยิงน้าเขยว่า มาจากเรื่องที่ถูกพูดจาหยามมาตลอด เรื่องที่พ่อของตนเองซึ่งเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ไม่สามารถจับคนร้ายได้ เหมือนกับว่าตนใช้ไม่ได้ ประจวบเหมาะกับช่วงเกิดเหตุอยู่ในอาการมึนเมาและเดินไปขอนั่งร่วมวงแต่กลับถูกไล่ จึงบันดาลโทสะบวกกับความเมาจึงไปหยิบปืนที่บ้านมายิงเพื่อระบายความแค้นที่อัดอั้นตันใจมานาน http://thaiantialcohol.com/ 2017-06-07 15:32:16’ RE : มท.-สสส.-สคล. มอบรางวัล “STOPDRINK AWARD 2017” ฝ่าฟันพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 2 มิถุนายน 2560  เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่โรงแรม อมารี แอร์พอร์ต ดอนเมือง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และภาคีเครือข่าย  จัดงานมอบรางวัล  STOPDRINK AWARD 2017 “สงกรานต์ปลอดภัย พื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า”  โดยนายกอบชัย  บุญอรณะ  รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นผู้มอบรางวัล ทั้งนี้เพื่อสร้างพลังการขับเคลื่อนและส่งเสริมพลังใจเจ้าภาพที่ร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงและเป็นแบบอย่างให้แก่สังคมในการสร้างพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมีเจ้าภาพจัดงานสงกรานต์ปลอดเหล้าได้รับรางวัล 30 พื้นที่ทั่วประเทศ ประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 24 แห่ง ส่วนราชการจำนวน 3 แห่ง และพื้นที่เอกชนจำนวน 4 แห่ง และคาดว่าในปีต่อไปจะได้รับความสนใจและขยายผลลงสู่การทำงานระดับอำเภอหรือพื้นที่จัดงานสงกรานต์ที่จัดโดยเอกชนมากขึ้น   โดย ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  กล่าวว่า     เป็นเวลา 10 กว่าปีที่ สสส. ร่วมกับ สคล. ภาคีเครือข่าย และเจ้าภาพจัดงานต่างๆ ทั่วประเทศ ได้ร่วมกันริเริ่มการสร้างพื้นที่รูปธรรมเล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัย เพื่อลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะการดื่มแล้วขับ ที่ร้อยละ 50 ของอุบัติเหตุ มีสาเหตุมาจากการดื่มแล้วไปขับ โดยเริ่มจากการผลักดันให้เป็นนโยบายของเทศบาลท้องถิ่นที่เป็นเจ้าภาพจัดงาน ยกระดับการผลักดันให้เป็นนโยบายสาธารณะของจังหวัด และเพิ่มความสำคัญกลายเป็นมติ ครม. เมื่อปี 2553 ที่นำเรื่องพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยสร้างการเปลี่ยนแปลงค่านิยมทางสังคมปลอดเหล้า ส่งผลให้ปัจจุบัน มีพื้นที่เข้าร่วมมากกว่า 150 พื้นที่ เป็นถนนตระกูลข้าว 50 แห่งกับอีก 102 พื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยในถนนต่างๆ โดยเฉพาะถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น จัดกิจกรรมคลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์มีผู้ร่วมงาน 135,217 คน และไม่มีคนเมา ไม่มีการทะเลาะวิวาท “ผลการสำรวจความเห็นของประชาชน ผู้จัดงาน และผู้จำหน่ายสินค้า ในช่วงเทศกาล ปี 2560 โดย สคล. ร่วมกับ ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) และ สสส. จากกลุ่มตัวอย่าง 2,069คน จากพื้นที่จัดงานสงกรานต์ 10 พื้นที่ทั่วประเทศทั้งที่จัดงานแบบปลอดเหล้าและไม่ปลอดเหล้า พบว่า ทั้งประชาชน ผู้จัดงาน และผู้ขายสินค้า มากกว่า ร้อยละ 80 เห็นด้วยกับการจัดงานสงกรานต์ปลอดเหล้า โดยประชาชน ร้อยละ 91.1 เชื่อว่าช่วยลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ, ร้อยละ 91.2 เชื่อว่าช่วยลดการสูญเสียชีวิตลงได้ สิ่งนี้เป็นเรื่องยืนยันผลและแนวโน้มของการทำงานที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน” ดร.สุปรีดา กล่าว ด้านนายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนงานทุนอุปถัมภ์เชิงรุกเพื่อทดแทนธุรกิจแอลกอฮอล์ด้านประเพณีวัฒนธรรมและการส่งเสริมนโยบายสาธารณะ สคล. กล่าวว่า รางวัล STOPDRINK AWARD 2017 แสดงให้เห็นถึงความพยายามมุ่งมั่นจัดงานที่มีความรื่นเริงสนุกสนาน ปราศจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นพื้นที่สุขอย่างแท้จริง เพื่อให้เป็นแบบอย่างแก่สังคมโดยจัดโซนนิ่งเล่นน้ำ ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์ปลอดภัย พื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า” โดยมีหลักเกณฑ์พิจารณา 7 ข้อ ได้แก่ 1.มีกระบวนการนโยบายสาธารณะ หรือสร้างข้อตกลงร่วม(MOU) ในระดับต่างๆ 2.มีใจและเอาใจใส่ในการทำงาน ออกจดหมายเวียนขอความร่วมมือหน่วยงาน ชุมชน ร้านค้า ว่าเป็นการจัดงานปลอดเหล้า แก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง และมีความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน 3.มีการเฝ้าระวัง/สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 3 ปี มีการกำหนดพื้นที่โซนนิ่ง และมีมาตรการเฝ้าระวังที่ชัดเจน 4.มีแนวโน้มนำไปสู่ความยั่งยืน เป็นตัวอย่างในระดับจังหวัด หรือใช้ขยายผลต่อเชิงนโยบายได้ 5.มีกระบวนการสื่อสารและสร้างการเรียนรู้ต่อสาธารณะ 6.มีการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน ร่วมสร้างกิจกรรมรณรงค์ในรูปแบบต่างๆ และ 7.มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สามารถยืนยันผลการทำงาน นายสุรพล  เทียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน  กล่าวว่า  “ข้อมูลจาก รพ.น่านพบว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเสียชีวิต ได้รับอุบัติเหตุ  มาจากอุบัติเหตุทางท้องถนน และอุบัติเหตุจากเทศกาลด้วยมีการดื่มสุรา และเกิดการทะเลาะวิวาท ศูนย์เสียชีวิต ส่วนใหญจะเกิดขึ้นในช่วงการจัดงานประเพณี อาทิ สงกรานต์ แข่งเรือ ลอยกระทง โดยจะเกิดเหตุการณ์มากกว่าในวันธรรมดาปกติ และมีมากขึ้นในทุกปี การจัดงานถนนข้าวแต๋น จังหวัดน่าน เราจึงตัดสินใจว่าควรจัดงานให้เป็นพื้นที่ปลอดเหล้า ปลอดภัย  พร้อมด้วยการสร้างคุณค่าให้กับการจัดงานงานประเพณีต่างๆ ซึ่งทำได้ไม่ยาก  เมื่อเราจัดงานไม่มีเหล้า เราก็ต้องสร้างกิจกรรมดีดีมีสีสัน เติมความสุขสนุกสนาน มีดนตรี สำหรับวัยรุ่น เพื่อให้พื้นที่เล่นน้ำเป็นพื้นที่สนุกสนานและที่น่าสนใจ  ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงลงได้เมื่อมีควบคุมไม่ให้มีการขายเหล้า ไม่ให้นำเข้ามาดื่ม และไม่ให้มีการตีกัน  เทศบาลเมืองน่านทำมาแล้ว 3 ปี ถือว่าประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีการตอบรับดี และพื้นที่มีการควบคุมได้ ต่อมาต้องสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนที่มาเล่นน้ำว่ามาเล่นน้ำในพื้นที่นี้ต้องปลอดเหล้า เมื่อเราทำสำเร็จนักท่องเที่ยวก็จะรับรู้และติดใจพวกเขาจะรอคอยการจัดงานแบบสนุกและปลอดภัยในปีต่อไปอีกด้วย” http://thaiantialcohol.com/ 2017-06-07 15:27:10’ RE : แชร์ว่อน! ชายแต่งกายคล้ายตำรวจ เมาอาละวาด ไล่ต่อยชาวบ้าน ย่านถนนข้าวสาร โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 6 มิถุนายน 2560 เพจ OlO ได้แชร์คลิปเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท บริเวณถนนข้าวสาร ซึ่งผู้ที่ถ่ายคลิประบุว่า คนที่ก่อเหตุนั้นมีอาการลักษณะมึนเมา แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ เที่ยวไล่ทะเลาะวิวาทกับประชาชนบริเวณนั้น แม้จะมีคนเข้ามาห้ามปราม แต่ชายคนดังกล่าวยังวิ่งเข้าไปชกต่อย ลแะตะโกนเสียงดังลั่น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังตรวจสอบว่าคนที่ก่อเหตุเป็นตำรวจจริงหรือไม่ และทะเลาะวิวาทเรื่องใด   ล่าสุดวันที่ 6 มิ.ย. พ.ต.อ พิทักษ์ สุทธิกุล ผกก ชนะสงคราม เปิดเผยว่า ยอมรับว่าชายทั้ง 2 คนเป็นตำรวจสน.ชนะสงครามจริง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา และสาเหตุที่ 1 ใน 2 คนทำพฤติกรรมเช่นนั้น มีมูลเหตุจากความเครียด เนื่องจากนายตำรวจคนดังกล่าวเป็นคนตั้งใจทำงานมาก เป็นลูกน้องที่ทำงานดีมาตลอด ทุกคนที่สน.ก็ชื่นชม แต่ทำให้ไม่มีเวลาให้ครอบครัว เป็นเหตุให้มีปากเสียงกับแฟนสาวมาเสมอ กระทั่งในวันเกิดเหตุแฟนสาวและเพื่อนมาเจอกับตำรวจคนดังกล่าวที่สน. ก่อนจะมีปากเสียงกันรุนแรง ประกอบกับความเครียดเดิม ทำให้ตำรวจนายนั้นระงับอารมณ์ไม่อยู่ เพื่อนตำรวจด้วยกันจึงพาไปสงบสติอารมณ์ กระทั่งระหว่างเดินอยู่ที่ถนนข้าวสารนั้น เจอกลุ่มของแฟนสาวอีกครั้ง จึงเกิดเหตุการณ์ตามในคลิป ยืนยันตำรวจคนดังกล่าวเป็นคนดีไม่ดื่มเหล้า พ.ต.อ พิทักษ์กล่าวว่า ขอให้ประชาชนให้ความเป็นธรรมกับนายตำรวจคนดังกล่าว อยากให้ฟังเรื่องราว และมูลเหตุก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์หรือด่าทอด้วยคำรุนแรง เนื่องจากตอนนี้สภาพจิตใจนายตำรวจคนดังกล่าวย่ำแย่มาก ตนจึงให้หยุดงานชั่วคราว เพื่อจะได้ปรับความเข้าใจกัยแฟนสาว และให้เพื่อนตำรวจสลับไปพูดคุย ให้กำลังใจ http://thaiantialcohol.com/ 2017-06-07 15:24:05’ RE : จุดจบหัวหน้าชุด! ลุ้นตลอดทาง หล่น-ไม่หล่น รปภ.เมาแอ๋ซ้อนจยย. แทบจะนอนกลับบ้าน โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 5 มิถุนายน  2560 สมาชิกเฟซบุ๊ก “Siwanon Thulan” โพสต์คลิปเหตุการณ์ขณะขี่รถจยย.ไปพบชายคนหนึ่งซึ่งอยู่ในชุดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่ง นั่งซ้อนท้ายรถจยย.เพื่อนในสภาพเมาแอ๋ นั่งแทบไม่อยู่ จากนั้นตัวก็เริ่มเอนไปด้านหลัง สร้างความเสียวให้กับลชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก หวั่นว่าจะตกลงจากรถ และมีจังหวะที่รถจยย.ต้องขึ้นเนินและกระแทก ทำเอาชายคนดังกล่าวต้องพยายามเกาะบาร์ท้ายรถจยย.อย่างแน่น เพื่อพยายามประคองตัวเองไม่ให้หล่นจากรถ แต่ก็ไม่สามาารถพยุงตัวเองตั้งขึ้นมาได้ กระทั่งรถจยย.จอดชายคนดังกล่าวก็อยู่ในสภาพนอนราบไปกับเบาะรถจยย. โดยมีชาวบ้านมาช่วยกันพยุงขึ้นแล้วพาลงจากรถจยย.ไป http://thaiantialcohol.com/ 2017-06-07 14:03:22’
This XML file does not appear to have any style information associated with it. The document tree is shown below.
<rss version =" 2.0 " >
<item>
<title> รายชื่อที่ผ่านการคัดเบือกเข้ารับประทานโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรดีเด่นด้านป้องกันควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องใน วันงดดื่มสุราแห่งชาติ 2561 </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2793
</link>
<description>
</description>
<pubDate> Mon, 09 Jul 2018 14:48:57 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> แนวทางเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล ว.143 </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2792
</link>
<description>
</description>
<pubDate> Tue, 01 May 2018 10:04:04 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> กรมควบคุมโรค เปิดตัวนวัตกรรมโปรแกรมประยุกต์ (Application) “TAS” เพื่อเฝ้าระวังการละเมิดกฎหมายควบคุมยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” หวังให้ประชาชนเข้าถึงการร้องเรียนได้มากขึ้น </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2791
</link>
<description>
</description>
<pubDate> Fri, 02 Feb 2018 11:07:42 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> เรื่อง รายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้แทนองค์กรเอกชน ในคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2560 </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2790
</link>
<description>
</description>
<pubDate> Fri, 22 Sep 2017 13:42:57 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> แบบสอบถามเรื่อง การใช้ประโยชน์ความพึงพอใจและความไม่พึงพอใจต่อแนวทางการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่ (ตำบล) </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2789
</link>
<description>
</description>
<pubDate> Wed, 13 Sep 2017 09:05:35 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> แนวทางการดำเนินงานในชุมชนเพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ตำบล) Tree Model </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2788
</link>
<description>
</description>
<pubDate> Wed, 13 Sep 2017 09:02:29 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> 4ป มาตรการ 4 ปิด ข้อปฎิบัติเมื่อไฟดับ </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2787
</link>
<description>
</description>
<pubDate> Wed, 16 Aug 2017 13:49:15 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> เช็คอินในผับปรับ 50,000 แค่ข่าวปลอม </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2786
</link>
<description>
</description>
<pubDate> Tue, 15 Aug 2017 14:34:31 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> ประกาศหลักเกณฑ์การรับสมัครบุคคลเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้แทนองค์กรเอกชนในคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2785
</link>
<description>
</description>
<pubDate> Fri, 30 Jun 2017 14:43:48 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> ตั้งวงกินเหล้าด้วยกัน ก่อนพบลุงเป็นศพ ตามเจอคนก่อเหตุเป็นหลานหูหนวก อ้างเงินหาย </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2784
</link>
<description>
โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 22 มิถุนายน 2560 เมื่อเวลา 6.20 น. วันที่ 22 มิ.ย.60 ร.ต.อ. สมาน พรหมประดิษฐ์ พนักงานสอบสวน สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตลักษณะถูกทำร้ายร่างกาย นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณหน้าเพิงพัก ภายในกระท่อมไม่มีเลขที่ ม.5 บ.คลองน้ำเย็น ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพา รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านชั้นเดียวยกสูงปลูกเป็นเพิงเล็กๆ บริเวณหน้าบ้านบันใดทางขึ้นพบศพชาย 1 ราย สวมกางเกงขาสั้นสีกรม ไม่สวมเสื้อ ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลแตกบริเวณหน้าผาก และมีรอยเขี้ยวช้ำ สภาพศพเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 ชั่วโมง ต่อมาทราบชื่อผู้ตาย คือ นายก้ำ ไชยพงษ์ 57 ปี ไม่ทราบที่อยู่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการส่งศพผู้ตายไปทำการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลวังทอง จากการสอบสวนชาวบ้านที่อยู่ในละแวก ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้นั่งดื่มสุรากับหลานชายคือ นายกู้เกียรติ ทันนิเทศ อายุ 27 ปี หรือ ชื่อเล่น ตั้ม โดยทั้งคู่ได้มาอยู่พักอาศัยด้วยกัน และทุกๆวันในช่วงเย็นทั้งคู่จะนั่งดื่มสุราเป็นประจำด้วยกัน แต่เกิดเหตุพบว่านายตั้ม ซึ่งเป็นหลานชายได้หายตัวไป ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ออกติดตามตัวในทันที และพบว่านายตั้มได้ไปแอบหลับนอนอยู่ภายในกระท่อมร้าง ห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 500 เมตร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการเข้าควบคุมตัวมาทำการสอบสวน เบื้องต้นจากกาสอบสวน นายตั้มยังให้การวกวนเนื่องจากนายตั้มมีอาการหูหนวก พร้อมกับใช้วิธีเขียนเป็นตัวหนังสือใส่กระดาษให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอ่านแทน โดยสารภาพได้ทำร้ายผู้ตายจริง ด้วยการชกต่อยเข้าที่หน้าผากและใบหน้าของผู้ตายจำนวนหลายหมัด เพราะโกรธแค้นที่เงินของตนที่เก็บไว้ในบ้านได้หายไป และเชื่อว่าผู้ตายน่าจะขโมยเงินของตนไป จึงได้มีปากเสียงกันระหว่างนั่งดื่มเหล้าด้วยกัน ก่อนที่จะลงมือทำร้ายผู้ตายจนเสียชีวิต และตนจึงได้ไปหนีไปอาศัยหลับนอนที่กระท่อมอีกแห่ง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ควบคุมตัวนายตั้มไว้ทำการสอบสวนอย่างระเอียดอีกครั้งก่อนดำเนินคดีตามกำหมายต่อไป
</description>
<pubDate> Thu, 22 Jun 2017 13:43:41 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> อุทาหรณ์! ตาวัย 70 กินเหล้าแกล้มทุเรียน ก่อนชาวบ้านพบเป็นศพคากระท่อม </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2783
</link>
<description>
โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 21 มิถุนายน 2560 เมื่อเวลา 19.45 น. วันที่ 20 มิ.ย. 2560 เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือ เขต ต.หนองบอน อ.บ่อไร่ จ.ตราด ได้รับแจ้งประสานจาก จนท.มูลนิธิขลุง อ.ขลุง จ.จันทบุรี ว่า ให้ช่วยตรวจสอบเหตุผู้เสียชีวิต พื้นที่บ้านคลองเครือหวาย ต.ตกพรม อ.ขลุง จันทบุรี ซึ่งเป็นรอยติดต่อกับตำบลหนองบอน อ.บ่อไร่ จ.ตราด  หลังรับแจ้งแล้ว จนท.กู้ภัยฯตราด เขตหนองบอนได้ออกตรวจสอบ พบว่าผู้เสียชีวิตเสียชีวิตอยู่ภายในกระท่อมไม่มีเลขที่ ทราบชื่อคือนายตา ไม่ทราบนามสกุล อายุ 70 ปี บ้านเดิมอยู่ที่ จ.ลำปาง โดยผู้พบศพ ให้การว่า  นายตาได้ดื่มเหล้าตั้งแต่ช่วงบ่าย พร้อมกับกินทุเรียนไปด้วย จากนั้น นายตาได้เดินลงไปที่คลองด้านหลังบ้านและเกิดเป็นลม ตนเองมาพบจึงพยุงนายตาขึ้นมาบนที่พัก และให้นอนพัก ส่วนตนเองได้กลับบ้าน และกลับมาอีกครั้งในเวลา 16.00 น. ก็พบนายตา เสียชีวิตแล้ว ตนเองจึงแจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้านใน ต.หนองบอน แต่ปรากฎว่า พื้นที่ที่นายตาเสียชีวิตเป็นเขต ต.ตกพรม อ.ขลุง จันทบุรี จึงต้องรอ จนท.มูลนิธิขลุง และ จนท.ตร.จาก สภ.ตกพรม เดินทางมาตรวจสอบ โดย ร.ต.ท. อนุชา พุทธศาสตร์ ร้อยเวร สภ.ตกพรม ได้ตรวจสอบตามร่างกายของนายตาแล้วไม่พบบาดแผลใดๆ ตามร่างกาย คาดว่า นายตาน่าเกิดอาการช็อกจนเสียชีวิต หลังดื่มเหล้าพร้อมทุเรียน จากนั้นได้ให้ จนท.มูลนิธิขลุง นำศพนายตาส่งไปยัง รพ.ขลุง เพื่อทำการชันสูตรศพอีกครั้ง พร้อมมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
</description>
<pubDate> Thu, 22 Jun 2017 13:41:34 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> เมาเดือด! สองหนุ่ม นั่งดื่มจนเมามาย พูดจาผิดหู คว้าหน้าสามไล่ฟาดเลือดอาบ เละทั้งตัว </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2782
</link>
<description>
โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 19 มิถุนายน 2560 วันที่ 18 มิ.ย. ด.ต.วีระ มงคลมะไฟ ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.เมือง สมุทรปราการ ทำหน้าที่สายตรวจจุดบริการตู้ยาม กม. 30 ได้รับแจ้งมีชายถูกทำร้ายด้วยของแข็งได้รับบาดเจ็บ ภายในแค้มป์พักคนงานของ บริษัทใน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เดินทางเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหลังของบริษัทดังกล่าว ซึ่งเป็นห้องพักคนงานได้พบร่างของนายสุรพล บาดาล อายุ 46 ปี มีเลือดเต็มใบหน้าและลำตัว นั่งอยู่กับพื้น มีบาดแผลแตกที่ศีรษะเจ้าหน้ามูลนิธิได้ให้การช่วยเหลือก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ ที่พื้นห้องพบกองเลือดจำนวนมาก ใกล้กันพบไม้หน้าสาม ยาว 40 เซนติเมตรเปื้อนเลือดตกอยู่ ห่างไปเล็กน้อยพบเหล็กแป๊บมีคราบเลือดติดอยู่ตกอยู่ข้างกองเลือด ทราบชื่อคนก่อเหตุชื่อนายเป้ ไม่ทราบชื่อจริงอายุประมาณ 30 ปี ซึ่งเป็นชาวสุรินทร์ หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป จากการสอบถามนายอนุเชสซ์ เผ่าทหาร อายุ 36 ปี ได้เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ ตนและนายสุรพล ได้นั่งดื่มเหล้าอยู่ด้วยกัน จนถึงช่วงบ่าย จึงได้แยกย้ายกันเข้าห้องพัก แต่นายสุรพล ได้ไปนั่งดื่มเหล้าต่อที่ห้องของนายเป้ จนกระทั่งเย็น ก่อนที่จะพบเห็นนายสุรพลจะวิ่งออกมาหาตน และบอกตนว่าถูกนายเป้ตบหน้า อยากให้ตนเข้าไปช่วย ตนเห็นว่านายสุรพล อยู่ในอาการมึนเมาแล้ว เลยบอกให้นายสุรพล กลับห้องไปนอน แต่นายสุรพล ไม่ฟังก่อนที่จะเดินกลับไปที่ห้องของนายเป้ อีกพักใหญ่ นายสุรพล ได้วิ่งหนีออกมาจากห้องอีกครั้งโดยมีนายเป้ ผู้ก่อเหตุวิ่งถือไม้หน้าสามไล่ตีออกมา จนล้มลงไปกับพื้น นายเป้ ได้เดินไปหยิบเหล็กแป๊บซึ่งเป็นขาตั้ง เตาปิ้งย่างมาฟาดศีรษะของนายสุรพล เข้าอย่างแรงจนเป็นบาดแผลฉกรรจ์เลือดไหลทะลักออกมาเต็มใบหน้า ตนจึงได้เข้าไปให้การช่วยเหลือโดยเข้าไปแย่งเหล็กแป๊บออกมาโยนทิ้ง ก่อนที่นายเป้ ผู้ก่อเหตุจะวิ่งหลบหนีออกไปทางด้านหลังบริษัท ตนจึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามจับกุมนายเป้ ผู้ก่อเหตุมาทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
</description>
<pubDate> Mon, 19 Jun 2017 17:58:25 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> รวบแล้ว! พ่อบุญธรรมหื่น เมาทุบหัวฆ่าเปลือยสาวดับสยอง อ้างถอดเสื้อผ้าเพราะสมยอม </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2781
</link>
<description>
โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 18 มิถุนายน 2560 วันที่ 18 มิ.ย. ที่ สภ.เขาคิชฌกูฎ พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชาติ ไชยบุญเรือง ผกก.สภ.คิชฌกูฏ นำกำลังตำรวจสืบสวน ควบคุมตัว นาย เพ็ชร ประทุมวัน อายุ 65 ปี ต.สำโรงปราสาท อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ผู้ต้องหาในคดี ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา พร้อมท่อนไม้ไผ่ ยาว 70 ซม. มาแถลงผลการจับกุมต่อสื่อมวลชน หลังจากได้ก่อเหตุใช้ไม้ ทุบหัวฆ่าเปลือย น.ส.พันทิพา หรือ จุ๋ม ใจตั้ง อายุ 40 ปี ต.บ้านค่าย อ.เมือง จ.ระยอง ที่นับถือผู้ตายเป็นพ่อบุญธรรม จนเสียชีวิต โดยเหตุเกิดภายในบ้านพักคนงานพื้นที่ ม.4 ซ.3 ต.ชากไทย อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมาและได้หลบหนีไป กบดานที่ จ.ศรีสะเกษ บ้านเกิด ก่อนถูกตำรวจตามจับตัวได้  ต่อมา ตำรวจได้นำตัว นายเพ็ชร ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังบ้านพักคนงานที่เกิดเหตุ โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าว มารอดูหน้ากันเป็นจำนวนมาก ขณะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ ได้กระจายกำลัง ช่วยกันกลุ่มประชาชน ให้ออกห่าง หวั่นผู้ต้องหาถูกรุมประชาทัณฑ์ หลังใช้เวลาไม่นาน จึงได้นำตัวผู้ต้องหา กลับโรงพักทันที พล.ต.ต.จรัล เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ใช้ไม้ทุบหัวฆ่า น.ส.พันทิพา ผู้ตายจริง เนื่องจากมีปากเสียงทะเลาะกันหลังจากดื่มสุราจนเมาได้ที่ ส่วนสาเหตุที่ถอดเสื้อผ้าผู้ตายออก เพื่อต้องการจะมีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยยืนยันว่า ผู้ตายสมยอมเอง ไม่ได้มีการใช้กำลังบังคับข่มขืน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา เนื่องจาก นายเพ็ชร ยังให้การวกไป วนมา ขัดต่อพฤติการณ์ และหลักฐานในที่เกิดเหตุ เบื้องต้น จึงได้แจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ไว้ก่อน ส่วนการแจ้งข้อหาอื่นเพิ่มนั้น ยังต้องผลการตรวจชันสูตรของแพทย์ หากพบว่ามีร่องรอยหลักฐานว่าผู้ตายถูกล่วงละเมิด ทางตำรวจจะแจ้งข้อหา ข่มขืนกระทำชำเรา เพิ่มอีกกระทง
</description>
<pubDate> Mon, 19 Jun 2017 17:53:10 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> หนุ่มก๊งเหล้าเมาได้ที่-วิ่งออกกลางถนน รถเมล์ขับมาหลบไม่ทัน-ชนดับคาที่ </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2780
</link>
<description>
โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่  16 มิถุนายน 2560 เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 16 มิ.ย. พ.ต.ท.มานิต จันทร์ประสิทธิ์ รองผกก.(สอบสวน) สน.วิภาวดี รับแจ้งเหตุรถประจำทางเฉี่ยวชนคนเดินเท้าเสียชีวิต บริเวณปากซอยวิภาวดี 18 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบศพชายไม่ทราบชื่อและสกุลอายุประมาณ 40-50 ปี สภาพนอนหงายอยู่บนพื้นถนนวิภาวีรังสิตขาเข้าเลนซ้ายสุด มีบาดแผลแตกที่หน้าผากด้านซ้าย แขนขวาหัก สวมเสื้อกล้ามสีเทา สวมกางเกงขายาวชั้นนอกสภาพขาด กางเกงขาสั้นลายการ์ตูนสีน้ำเงิน ไม่สวมรองเท้า ห่างไปประมาณ 2 เมตร พบรถประจำทางปรับอากาศสาย 69 วิ่งระหว่างท่าอิฐ-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เลขข้างรถ 69-9 ทะเบียน 13-5246 กรุงเทพมหานคร จอดห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 เมตร สอบสวนนายณรงค์ แก้ววิชิต อายุ 56 ปี พนักงานขับรถประจำทางคันเกิดเหตุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถมาบนถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาเข้า ซึ่งวิ่งเป็นเที่ยวสุดท้ายมีผู้โดยสารมาเต็มคันรถ เมื่อขับมาถึงปากซอยเกิดเหตุพบเห็นผู้ตายวิ่งตัดหน้ารถลงมาบนพื้นถนน จึงรีบเหยียบเบรกและหักรถหลบ แต่ไม่พ้นจึงเฉี่ยวชนผู้ตายเข้า จากการสอบพยานในที่เหตุพบว่าผู้ตายได้มานั่งดื่มสุราบริเวณริมถนนจนเมามายขาดสติก่อนจะลุกขึ้นและวิ่งลงไปบนพื้นถนนจนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่แจ้งข้อกล่าวหาแก่พนักงานขับรถประจำทางสายดังกล่าว เนื่องจากเป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งจุดที่เกิดเหตุไม่มีสะพานลอยหรือทางคนข้ามแ ซึ่งคาดว่าผู้เสียชีวิตขาดสติหรืออาจคิดสั้นฆ่าตัวตาย
</description>
<pubDate> Mon, 19 Jun 2017 17:48:26 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> มีดแทงปักอกเมีย! ผัวเมาคลั่งไล่ฟันชาวบ้านหนีตายระทึก ก่อนย้อนเข้าบ้านฆ่าเมีย </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2779
</link>
<description>
โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่  16  มิถุนายน 2560 เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ร.ต.อ.อมร ธารีนาถ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเกิดเหตุชายเมาสุราแล้วคลุ้มคลั่งใช้มีดไล่ฟันชาวบ้านก่อนกลับมาแทงภรรยาเสียชีวิต บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 61/91 หมู่ 7 ต.บ่อโพง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา จึงประสานแพทย์เวร ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิพุทไธสวรรย์ ที่เกิดเหตุบนพื้นหน้าบ้านพบศพนางมณี ส้มแก้ว อายุ 56 ปี สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าบริเวณหน้าอก 1 แผล ใกล้กันพบขวาน 1 เล่ม อาวุธมีด 1 เล่ม และขวดสุราตกอยู่ ส่วนคนร้ายคือ นายพรหม หล้าคำ อายุ 45 ปี เป็นสามีของผู้ตาย ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลถูกขวานฟันเข้าที่ศีรษะและท้อง หน่วยกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชไปก่อนแล้วในสภาพเมาสุราอย่างหนัก จากการสอบสวนชาวบ้าน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นนายพรหมนั่งดื่มสุราอยู่หน้าบ้านตั้งแต่เช้า จากนั้นจู่ๆก็เดินถือมีดออกจากบ้านวิ่งไล่ฟันชาวบ้านจนต้องพากันวิ่งหนีตายกระโดดลงบ่อน้ำ แต่นายพรหมก็ยังถือมีดเดินวนไปวนมาก่อนที่ชาวบ้านคนอื่นๆจะมาช่วยกันไล่จับ ทำให้นายพรหมวิ่งหนีกลับเข้าบ้านแล้วมาทะเลาะกับผู้ตายแล้วพยายามจะใช้มีดแทง แต่ผู้ตายต่อสู้ใช้ขวานฟันศีรษะและท้อง ก่อนจะถูกนายพรหมใช้มีดแทงหน้าอกล้มลงเสียชีวิตทันที เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตามไปควบคุมตัวนายพรหม หากแพทย์ทำแผลเสร็จและอนุญาตให้รับตัวได้ ก็จะคุมตัวไปสอบสวนแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
</description>
<pubDate> Mon, 19 Jun 2017 17:46:45 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> รายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกเข้ารับประกาศเกียรติคุณในการจัดกิจกรรมวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ประจำปี 2560 </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2778
</link>
<description>
</description>
<pubDate> Thu, 15 Jun 2017 19:43:10 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> ไม่ให้ร่วมวงด้วย!! หลานเมากลับไปบ้าน หยิบปืนจ่อน้าดับคาร้านชำ สารภาพแค้นสะสม </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2777
</link>
<description>
โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 6 มิถุนายน 2560 หลานเมาจ่อยิงน้าเขยดับคาร้านขายของชำ หลังถูกปฏิเสธไม่ให้ร่วมวงเหล้า สารภาพมีความแค้นสะสมมาหลายปี เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. ร.ต.อ.เสรี โชคผ่อง รองสวส.สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันที่ร้านขายของชำ ริมถนนสายเนินขุนทอง-วัดเกาะ หมู่ 3 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก. พ.ต.ท.เอกรัฐ สวนแสน รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.วรพงษ์ หะยีหวัง สวป. ร.ต.อ.ณรงค์ สุวรรณรัตน์ รองสว.สส. ทราบว่ามีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 คน คือ นายอนุชา ปาทะรัตน์ อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกโม่เข้าที่ศีรษะ1 นัด ในลักษณะจ่อยิง จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุผู้ตายพร้อมด้วยลูกสาวอายุ 22 ปี และเพื่อนบ้าน 1 คน ได้ตั้งวงดื่มกินอยู่ที่โต๊ะหน้าร้าน ปรากฏว่าได้มีคนร้าย คือ นายอัมรินทร์ บ่อทอง อายุ 39 ปี ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา หลังจากที่ไปร่วมงานเลี้ยงในหมู่บ้าน เดินเข้ามาเพื่อขอร่วมวงแต่ถูก นายอนุชา ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าเขยปฏิเสธและไล่ออกไป ทำให้ นายอัมรินทร์ ไม่พอใจเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกลกัน เอาปืนเดินตรงเข้าไปจ่อยิง นายอนุชา จนหงายหลังล้มลงกองกับพื้นก่อนวิ่งหนีไป โดยนายอัมรินทร์ ได้เข้ามอบตำรวจกับตำรวจ สภ.หาดใหญ่ พร้อมกับเผยถึงสาเหตุที่ยิงน้าเขยว่า มาจากเรื่องที่ถูกพูดจาหยามมาตลอด เรื่องที่พ่อของตนเองซึ่งเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ไม่สามารถจับคนร้ายได้ เหมือนกับว่าตนใช้ไม่ได้ ประจวบเหมาะกับช่วงเกิดเหตุอยู่ในอาการมึนเมาและเดินไปขอนั่งร่วมวงแต่กลับถูกไล่ จึงบันดาลโทสะบวกกับความเมาจึงไปหยิบปืนที่บ้านมายิงเพื่อระบายความแค้นที่อัดอั้นตันใจมานาน
</description>
<pubDate> Wed, 07 Jun 2017 15:32:16 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> มท.-สสส.-สคล. มอบรางวัล “STOPDRINK AWARD 2017” ฝ่าฟันพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2776
</link>
<description>
โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 2 มิถุนายน 2560  เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่โรงแรม อมารี แอร์พอร์ต ดอนเมือง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และภาคีเครือข่าย  จัดงานมอบรางวัล  STOPDRINK AWARD 2017 “สงกรานต์ปลอดภัย พื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า”  โดยนายกอบชัย  บุญอรณะ  รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นผู้มอบรางวัล ทั้งนี้เพื่อสร้างพลังการขับเคลื่อนและส่งเสริมพลังใจเจ้าภาพที่ร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงและเป็นแบบอย่างให้แก่สังคมในการสร้างพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมีเจ้าภาพจัดงานสงกรานต์ปลอดเหล้าได้รับรางวัล 30 พื้นที่ทั่วประเทศ ประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 24 แห่ง ส่วนราชการจำนวน 3 แห่ง และพื้นที่เอกชนจำนวน 4 แห่ง และคาดว่าในปีต่อไปจะได้รับความสนใจและขยายผลลงสู่การทำงานระดับอำเภอหรือพื้นที่จัดงานสงกรานต์ที่จัดโดยเอกชนมากขึ้น   โดย ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  กล่าวว่า     เป็นเวลา 10 กว่าปีที่ สสส. ร่วมกับ สคล. ภาคีเครือข่าย และเจ้าภาพจัดงานต่างๆ ทั่วประเทศ ได้ร่วมกันริเริ่มการสร้างพื้นที่รูปธรรมเล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัย เพื่อลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะการดื่มแล้วขับ ที่ร้อยละ 50 ของอุบัติเหตุ มีสาเหตุมาจากการดื่มแล้วไปขับ โดยเริ่มจากการผลักดันให้เป็นนโยบายของเทศบาลท้องถิ่นที่เป็นเจ้าภาพจัดงาน ยกระดับการผลักดันให้เป็นนโยบายสาธารณะของจังหวัด และเพิ่มความสำคัญกลายเป็นมติ ครม. เมื่อปี 2553 ที่นำเรื่องพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยสร้างการเปลี่ยนแปลงค่านิยมทางสังคมปลอดเหล้า ส่งผลให้ปัจจุบัน มีพื้นที่เข้าร่วมมากกว่า 150 พื้นที่ เป็นถนนตระกูลข้าว 50 แห่งกับอีก 102 พื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยในถนนต่างๆ โดยเฉพาะถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น จัดกิจกรรมคลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์มีผู้ร่วมงาน 135,217 คน และไม่มีคนเมา ไม่มีการทะเลาะวิวาท “ผลการสำรวจความเห็นของประชาชน ผู้จัดงาน และผู้จำหน่ายสินค้า ในช่วงเทศกาล ปี 2560 โดย สคล. ร่วมกับ ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) และ สสส. จากกลุ่มตัวอย่าง 2,069คน จากพื้นที่จัดงานสงกรานต์ 10 พื้นที่ทั่วประเทศทั้งที่จัดงานแบบปลอดเหล้าและไม่ปลอดเหล้า พบว่า ทั้งประชาชน ผู้จัดงาน และผู้ขายสินค้า มากกว่า ร้อยละ 80 เห็นด้วยกับการจัดงานสงกรานต์ปลอดเหล้า โดยประชาชน ร้อยละ 91.1 เชื่อว่าช่วยลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ, ร้อยละ 91.2 เชื่อว่าช่วยลดการสูญเสียชีวิตลงได้ สิ่งนี้เป็นเรื่องยืนยันผลและแนวโน้มของการทำงานที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน” ดร.สุปรีดา กล่าว ด้านนายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนงานทุนอุปถัมภ์เชิงรุกเพื่อทดแทนธุรกิจแอลกอฮอล์ด้านประเพณีวัฒนธรรมและการส่งเสริมนโยบายสาธารณะ สคล. กล่าวว่า รางวัล STOPDRINK AWARD 2017 แสดงให้เห็นถึงความพยายามมุ่งมั่นจัดงานที่มีความรื่นเริงสนุกสนาน ปราศจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นพื้นที่สุขอย่างแท้จริง เพื่อให้เป็นแบบอย่างแก่สังคมโดยจัดโซนนิ่งเล่นน้ำ ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์ปลอดภัย พื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า” โดยมีหลักเกณฑ์พิจารณา 7 ข้อ ได้แก่ 1.มีกระบวนการนโยบายสาธารณะ หรือสร้างข้อตกลงร่วม(MOU) ในระดับต่างๆ 2.มีใจและเอาใจใส่ในการทำงาน ออกจดหมายเวียนขอความร่วมมือหน่วยงาน ชุมชน ร้านค้า ว่าเป็นการจัดงานปลอดเหล้า แก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง และมีความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน 3.มีการเฝ้าระวัง/สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 3 ปี มีการกำหนดพื้นที่โซนนิ่ง และมีมาตรการเฝ้าระวังที่ชัดเจน 4.มีแนวโน้มนำไปสู่ความยั่งยืน เป็นตัวอย่างในระดับจังหวัด หรือใช้ขยายผลต่อเชิงนโยบายได้ 5.มีกระบวนการสื่อสารและสร้างการเรียนรู้ต่อสาธารณะ 6.มีการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน ร่วมสร้างกิจกรรมรณรงค์ในรูปแบบต่างๆ และ 7.มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สามารถยืนยันผลการทำงาน นายสุรพล  เทียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน  กล่าวว่า  “ข้อมูลจาก รพ.น่านพบว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเสียชีวิต ได้รับอุบัติเหตุ  มาจากอุบัติเหตุทางท้องถนน และอุบัติเหตุจากเทศกาลด้วยมีการดื่มสุรา และเกิดการทะเลาะวิวาท ศูนย์เสียชีวิต ส่วนใหญจะเกิดขึ้นในช่วงการจัดงานประเพณี อาทิ สงกรานต์ แข่งเรือ ลอยกระทง โดยจะเกิดเหตุการณ์มากกว่าในวันธรรมดาปกติ และมีมากขึ้นในทุกปี การจัดงานถนนข้าวแต๋น จังหวัดน่าน เราจึงตัดสินใจว่าควรจัดงานให้เป็นพื้นที่ปลอดเหล้า ปลอดภัย  พร้อมด้วยการสร้างคุณค่าให้กับการจัดงานงานประเพณีต่างๆ ซึ่งทำได้ไม่ยาก  เมื่อเราจัดงานไม่มีเหล้า เราก็ต้องสร้างกิจกรรมดีดีมีสีสัน เติมความสุขสนุกสนาน มีดนตรี สำหรับวัยรุ่น เพื่อให้พื้นที่เล่นน้ำเป็นพื้นที่สนุกสนานและที่น่าสนใจ  ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงลงได้เมื่อมีควบคุมไม่ให้มีการขายเหล้า ไม่ให้นำเข้ามาดื่ม และไม่ให้มีการตีกัน  เทศบาลเมืองน่านทำมาแล้ว 3 ปี ถือว่าประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีการตอบรับดี และพื้นที่มีการควบคุมได้ ต่อมาต้องสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนที่มาเล่นน้ำว่ามาเล่นน้ำในพื้นที่นี้ต้องปลอดเหล้า เมื่อเราทำสำเร็จนักท่องเที่ยวก็จะรับรู้และติดใจพวกเขาจะรอคอยการจัดงานแบบสนุกและปลอดภัยในปีต่อไปอีกด้วย”
</description>
<pubDate> Wed, 07 Jun 2017 15:27:10 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> แชร์ว่อน! ชายแต่งกายคล้ายตำรวจ เมาอาละวาด ไล่ต่อยชาวบ้าน ย่านถนนข้าวสาร </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2775
</link>
<description>
โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 6 มิถุนายน 2560 เพจ OlO ได้แชร์คลิปเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท บริเวณถนนข้าวสาร ซึ่งผู้ที่ถ่ายคลิประบุว่า คนที่ก่อเหตุนั้นมีอาการลักษณะมึนเมา แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ เที่ยวไล่ทะเลาะวิวาทกับประชาชนบริเวณนั้น แม้จะมีคนเข้ามาห้ามปราม แต่ชายคนดังกล่าวยังวิ่งเข้าไปชกต่อย ลแะตะโกนเสียงดังลั่น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังตรวจสอบว่าคนที่ก่อเหตุเป็นตำรวจจริงหรือไม่ และทะเลาะวิวาทเรื่องใด   ล่าสุดวันที่ 6 มิ.ย. พ.ต.อ พิทักษ์ สุทธิกุล ผกก ชนะสงคราม เปิดเผยว่า ยอมรับว่าชายทั้ง 2 คนเป็นตำรวจสน.ชนะสงครามจริง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา และสาเหตุที่ 1 ใน 2 คนทำพฤติกรรมเช่นนั้น มีมูลเหตุจากความเครียด เนื่องจากนายตำรวจคนดังกล่าวเป็นคนตั้งใจทำงานมาก เป็นลูกน้องที่ทำงานดีมาตลอด ทุกคนที่สน.ก็ชื่นชม แต่ทำให้ไม่มีเวลาให้ครอบครัว เป็นเหตุให้มีปากเสียงกับแฟนสาวมาเสมอ กระทั่งในวันเกิดเหตุแฟนสาวและเพื่อนมาเจอกับตำรวจคนดังกล่าวที่สน. ก่อนจะมีปากเสียงกันรุนแรง ประกอบกับความเครียดเดิม ทำให้ตำรวจนายนั้นระงับอารมณ์ไม่อยู่ เพื่อนตำรวจด้วยกันจึงพาไปสงบสติอารมณ์ กระทั่งระหว่างเดินอยู่ที่ถนนข้าวสารนั้น เจอกลุ่มของแฟนสาวอีกครั้ง จึงเกิดเหตุการณ์ตามในคลิป ยืนยันตำรวจคนดังกล่าวเป็นคนดีไม่ดื่มเหล้า พ.ต.อ พิทักษ์กล่าวว่า ขอให้ประชาชนให้ความเป็นธรรมกับนายตำรวจคนดังกล่าว อยากให้ฟังเรื่องราว และมูลเหตุก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์หรือด่าทอด้วยคำรุนแรง เนื่องจากตอนนี้สภาพจิตใจนายตำรวจคนดังกล่าวย่ำแย่มาก ตนจึงให้หยุดงานชั่วคราว เพื่อจะได้ปรับความเข้าใจกัยแฟนสาว และให้เพื่อนตำรวจสลับไปพูดคุย ให้กำลังใจ
</description>
<pubDate> Wed, 07 Jun 2017 15:24:05 +0700 </pubDate>
</item>
<item>
<title> จุดจบหัวหน้าชุด! ลุ้นตลอดทาง หล่น-ไม่หล่น รปภ.เมาแอ๋ซ้อนจยย. แทบจะนอนกลับบ้าน </title>
<link>
http://thaiantialcohol.com/newsletters/view/2774
</link>
<description>
โดย ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 5 มิถุนายน  2560 สมาชิกเฟซบุ๊ก “Siwanon Thulan” โพสต์คลิปเหตุการณ์ขณะขี่รถจยย.ไปพบชายคนหนึ่งซึ่งอยู่ในชุดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่ง นั่งซ้อนท้ายรถจยย.เพื่อนในสภาพเมาแอ๋ นั่งแทบไม่อยู่ จากนั้นตัวก็เริ่มเอนไปด้านหลัง สร้างความเสียวให้กับลชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก หวั่นว่าจะตกลงจากรถ และมีจังหวะที่รถจยย.ต้องขึ้นเนินและกระแทก ทำเอาชายคนดังกล่าวต้องพยายามเกาะบาร์ท้ายรถจยย.อย่างแน่น เพื่อพยายามประคองตัวเองไม่ให้หล่นจากรถ แต่ก็ไม่สามาารถพยุงตัวเองตั้งขึ้นมาได้ กระทั่งรถจยย.จอดชายคนดังกล่าวก็อยู่ในสภาพนอนราบไปกับเบาะรถจยย. โดยมีชาวบ้านมาช่วยกันพยุงขึ้นแล้วพาลงจากรถจยย.ไป
</description>
<pubDate> Wed, 07 Jun 2017 14:03:22 +0700 </pubDate>
</item>
</rss>