facebook rss feed thai language english language

'งดเหล้าเข้าพรรษา'ช่วยชาติประหยัด 7 หมื่นล้าน
ที่มา  หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558

กว่า 10 ปีที่เกิดการรณรงค์ "งดเหล้าเข้าพรรษา" เกิดขึ้นจากจุดเล็กๆ ของคนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง โดยมีการประชุมร่วมกันระหว่าง 10 องค์กรรณรงค์ที่สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อหาวิธีการรณรงค์ให้คนไทยดื่มลดลง ที่ประชุมในวันนั้นเคาะวันที่เหมาะสม คือ "วันเข้าพรรษา" ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวพุทธประพฤติปฏิบัติตนในศีลธรรมคำสอนมาตั้งแต่พุทธกาล

จากจุดเริ่มต้นวันนั้นที่มี 10 ภาคี กลายเป็นความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่ มีภาคีเครือข่าย หน่วยงานต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชนเข้าร่วมเป็น 100 องค์กรในเวลาอันรวดเร็ว ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ที่ปรึกษากรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อธิบายว่า ความร่วมมือที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เกิดจากความเห็นตรงกันว่าเรื่องที่ทำเป็นสิ่งที่ดี จนปัจจุบันสัญลักษณ์ "งดเหล้าเข้าพรรษา" กลายเป็นที่รู้จักของคนไทยเกือบทั้งประเทศ เพราะจากการสำรวจการรับรู้ พบว่าคนไทยกว่า 90% รู้จักโครงการนี้

"จาก 10 ปีที่ทำงานมา การทำงานงดเหล้าเข้าพรรษาได้เพิ่มระดับเป็นงดเหล้าให้ครบทั้งพรรษา ก่อนที่จะขยับไปเป็นการงดเหล้าทั้งปี เพราะการงดเหล้าจะทำให้คนไทยประหยัดเงินได้ปีละกว่า 2 แสนล้าน หากสมมุติว่าถ้าคนไทยทุกคนหยุดดื่มเป็นเวลา 3 ปี จะนำเงินที่ประหยัดได้นั้นมาสร้างสนามบินสุวรรณภูมิได้อีก 2 สนามบินเลยทีเดียว เพราะปัจจุบันอัตราค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดื่มสูงถึง 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ซึ่งควรนำมาทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์มากกว่า" ศ.นพ.อุดมศิลป์อธิบาย

เมื่อดูผลสำรวจ "ผลการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาปี 2557" โดยศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) ซึ่งสำรวจประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 25 จังหวัด พบว่า ผลการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาของสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคีเครือข่าย และ สสส. ในปี 2557 ถือว่าประสบความสำเร็จมากกว่าปีก่อน โดยในปี 2557 ผู้ดื่มแอลกอฮอล์มีการเปลี่ยนพฤติกรรมในช่วงเข้าพรรษา 83.4% โดยเลิก-งดดื่มตลอดช่วงเข้าพรรษา 39.4% งดดื่มเป็นบางช่วง 23.2% ไม่งดดื่มแต่ลดปริมาณการดื่ม 20.8% เมื่อเทียบกับปี 2556 พบว่าผู้ดื่มที่เลิกตลอดช่วงเข้าพรรษาอยู่ที่ 36.2% ไม่งดดื่มแต่ลดปริมาณการดื่ม 19.1% และงดดื่มบางช่วง 13.5% โดย 92% เห็นด้วยกับการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา

โดยผู้ที่งดดื่มตลอดช่วงเข้าพรรษาถือว่ามีเพิ่มสูงขึ้น จากการที่เริ่มมีการรณรงค์เข้มข้นขึ้น ซึ่งผู้ที่งดดื่มเหล้าช่วงเข้าพรรษายังได้นำประเด็นการงดเหล้าไปคุยกับคนในครอบครัวและบุคคลรอบข้าง ทำให้คนรอบตัวเปลี่ยนพฤติกรรมด้วย และเมื่อดูในกลุ่มที่เริ่มงดดื่มช่วงเข้าพรรษา ยังพบว่า แม้จะมีกลุ่มที่งดดื่มไม่ครบทั้งพรรษา แต่กลุ่มนี้ลดปริมาณการดื่มลงจากครึ่งหนึ่งที่เคยดื่ม ทั้งในแง่ปริมาณต่อครั้งและจำนวนครั้งในการดื่ม

เมื่อดูผลสำเร็จทางเศรษฐกิจ ดร.นพพล วิทย์วรพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา อธิบายว่า ปี 2557 มีประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 20 ล้านคน มีค่าใช้จ่ายในการดื่มเฉลี่ย 486 บาทต่อครั้ง หรือเฉลี่ยคนละ 2,304 บาทต่อเดือน จากการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาปี 2557 มีประชาชนเกือบ 17 ล้านคนเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่ม ในจำนวนนี้เกือบ 8 ล้านคนงดดื่มตลอดช่วงเข้าพรรษา และเกือบ 9 ล้านคนลดการดื่ม

โดยกลุ่มคนงดดื่ม-ลดดื่ม ระบุว่า ประหยัดเงินได้ตลอดช่วงเข้าพรรษาเฉลี่ยคนละ 1,455 บาท เมื่อประมาณการระดับประเทศจะเท่ากับประหยัดได้กว่า 24,557 ล้านบาท ซึ่งยังสามารถลดต้นทุนทางสังคมที่เกิดผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงทางอ้อม โดยเฉพาะเรื่องอุบัติเหตุ ความรุนแรงที่ต้องสูญเสียไปจำนวนมาก โดยที่สร้างผลกระทบที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

การงดดื่มในช่วงดังกล่าว ดร.นพพลเผยว่า นอกจากจะได้ค่าเหล้ากลับคืนมาให้ครอบครัว เงินจำนวนนั้นยังถูกนำไปใช้กับเศรษฐกิจส่วนอื่นๆ ของสังคม เท่ากับเป็นการกระจายรายได้ไปยังภาคส่วนต่างๆ หากมองในแง่ของครัวเรือน เงินจำนวนนั้นถือว่าได้นำมาใช้สอยในสิ่งที่เป็นประโยชน์ หากมองเศรษฐกิจมหภาคเท่ากับเป็นการเพิ่มการใช้จ่ายภาคครัวเรือนได้ แน่นอนที่สุดว่า เวลาของครอบครัวกลับคืนมา และยังเป็นเวลาที่ไม่มีฤทธิ์แอลกอฮอล์มารบกวนใจกันและกัน เพราะหลายต่อหลายครอบครัวต้องตกเป็นเหยื่อความรุนแรงเพราะฤทธิ์น้ำเมา

จากปากคำของผู้เลิกเหล้า เด่นชัย ภาษิต เคยติดเหล้าตั้งแต่สมัยเรียนจนก้าวเข้าสู่วัยเกษียณอายุ เล่าว่า ดื่มมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ และดื่มมาเรื่อยๆ ชีวิตการทำงานก็ยังคงดื่มอย่างหนัก จนเป็นเหตุให้เสียการเสียงาน ทำงานได้ไม่เต็มศักยภาพ แถมยังเป็นเหตุให้เสียเงินที่ทำงานได้มาไปกับการพนัน เพราะดื่มจนเมา ในที่สุดก็ต้องออกจากงาน เพราะความที่เมามาอย่างต่อเนื่อง ออกจากงานแล้วเงินที่หาได้มาทั้งชีวิตก็ยังหมดไปกับเรื่องเหล้า จนมาถึงจุดหนึ่งมีคนทำงานในภาคีเครือข่ายงดเหล้าเข้ามาชวนให้เลิกเหล้า

"เริ่มต้นจากเข้าพรรษา ถือเป็นเรื่องดีที่ได้ทบทวนตัวเอง เห็นได้ชัดว่าที่ผ่านมาเหล้าเข้ามาทำลายชีวิตไปมากมาย ทั้งเสียเงิน เสียงาน เสียช่วงเวลาดีๆ กับครอบครัว เพราะเมาแล้วก็มักทะเลาะเบาะแว้งกัน เมื่อไม่มีฤทธิ์น้ำเมาแล้วครอบครัวก็กลับมามีความสุขอีกครั้ง" เด่นชัยกล่าว

กว่า 10 ปี โครงการเลิกเหล้าเข้าพรรษายังเข้าไปกระจายในพื้นที่ต่างๆ ทั่วไทย ปัจจุบันมีตัวอย่างหมู่บ้านเลิกเหล้า 300 แห่ง แม้จะดูน้อยเมื่อเทียบกับ 70,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ แต่พบว่าเรื่องเล่าจากผู้มีประสบการณ์โดยตรงในการเลิกเหล้ามีพลังอย่างมหาศาล กระตุ้นให้คนอื่นๆ ที่ยังเลิกเหล้าไม่ได้มีกำลังใจ มีพลังจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อพบสิ่งดีๆ หลังการเลิกดื่ม ที่ผ่านมาการเข้าไปรณรงค์ในระดับพื้นที่จึงเป็นอีกวิถีทางสำคัญ มีการยกระดับจากเลิกเหล้าเข้าพรรษาจนครบทั้งพรรษา เป้าหมายต่อไปคือ ชักชวนคนกลุ่มนี้เลิกถาวรให้ได้ต่อไป.

"จากการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาปี 2557 มีประชาชนเกือบ 17 ล้านคนเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่ม ในจำนวนนี้เกือบ 8 ล้านคนงดดื่มตลอดช่วงเข้าพรรษา และเกือบ 9 ล้านคนลดการดื่ม"