facebook rss feed thai language english language

คนไทยเห็นด้วย “ให้เหล้าเท่ากับแช่ง”
 โดย เว็บไซต์ ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 24 ธันวาคม 2557

สสส. - สคล.เดินหน้ารณรงค์รับมือปีใหม่ “ให้เหล้า = แช่ง” ชวนคนไทยส่งความสุขไม่ทำร้ายกันด้วยน้ำเมา ผลสำรวจเผย ประชาชน 61% เห็นด้วยหากไม่ให้เหล้าเป็นของขวัญ ระบุเป็นสิ่งให้โทษแก่ผู้อื่น วอนฉลองอย่างมีสติ - งดเหล้าในงานเลี้ยง เหตุยอดสูญเสียช่วงเทศกาลมากกว่าช่วงปกติ 2.5 เท่า ขณะที่ “อดีตคอทองแดง” เผยชีวิตสุดรันทดเพราะเป็นทาสสุรา

/data/content/26891/cms/e_dfghikqtwyz4.jpg

          เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. เวลา 10.00 น.ที่ลานกิจกรรมเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) จัดกิจกรรมรณรงค์ “อย่าให้เหล้า...ทำร้ายคนที่คุณรัก (ให้เหล้า = แช่ง)” เพื่อเชิญชวนคนไทยมอบของขวัญปีใหม่ไม่ทำร้ายกันด้วยของขวัญที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยภายในงานมีเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์สปอตรณรงค์ ให้เหล้า =แช่ง ปี 2557, กิจกรรมจำลองสถานการณ์ผลกระทบจากเหล้า อาทิ อุบัติเหตุ พิการ ท้องก่อนวัยอันควร, การติดป้ายให้เหล้า = แช่งบนกล่องของขวัญยักษ์ และเหล่าบรรดาซานต้าซานตี้เดินรณรงค์แจกสื่อให้เหล้า = แช่งบริเวณป้ายรถเมล์

/data/content/26891/cms/e_cfjklmnps356.jpg
          ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการสำนักควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า สสส.ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และภาคีเครือข่ายฯ รณรงค์ ให้เหล้า = แช่ง มาตั้งแต่ปี 2551 และรณรงค์อย่าต่อเนื่องมากว่า 7 ปี หวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อลดการซื้อเหล้าเป็นของขวัญ หันมามอบของขวัญที่ไม่ทำลายสุขภาพแทน โดยปีใหม่ 2558 นี้ สสส.ได้รณรงค์ผ่านสื่อวงกว้าง ทั้งสปอตโฆษณารณรงค์ชุด“ห่วงสามี” และ “อย่าล้อเล่น” สื่อViral VDO Online กับเซเล็บ ออนไลน์ "บี้ เดอะสกา" เพื่อเชิญชวนให้คนไทยในโลกออนไลน์ ให้ร่วมกันมอบของขวัญไม่ใช่เหล้า รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากไปรษณีย์ไทย ในการประทับตรา Stamp บนจดหมาย พัสดุไปรษณีย์ ตลอดช่วงเดือนธันวาคม ด้วยข้อความเชิญชวน ให้ร่วมกันมอบของขวัญไม่ใช่เหล้า

          “สำหรับกิจกรรมรณรงค์ “ให้เหล้า = แช่ง” ที่ผ่านมามีแนวโน้มประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากข้อมูลเอแบคโพลล์ร่วมกับศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) ปี2556 ระบุว่า ประชาชน 61% มองว่าไม่ควรนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเป็นของขวัญ เพราะเป็นการให้สิ่งที่เป็นโทษแก่ผู้อื่น อีกทั้งแนวโน้มผู้ที่ได้รับเหล้าเป็นของขวัญลดลงทุกปี จากปี 2551 มี 30.5% และในปี 2556 ลดลงเหลือ 7.7% เพราะคนส่วนใหญ่ตระหนักแล้วว่า ไม่ต้องการให้ผู้รับของขวัญ ต้องไปประสบอุบัติเหตุ หรือได้รับผลร้ายใดๆจากของขวัญ ที่ให้ไปด้วยความปรารถนาดี ดังนั้น กิจกรรมนี้จะสร้างความตระหนักในพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เกิดค่านิยมใหม่จัดงานเลี้ยงที่ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงรณรงค์ให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ซึ่งกำหนดห้ามการจัดโชว์กระเช้าของขวัญที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีความผิดตามมาตรา 30 ผู้ที่ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ดร.นพ.บัณฑิต กล่าว

 /data/content/26891/cms/e_aijmopqx2356.jpg

/data/content/26891/cms/e_cdghklqrt367.jpg

         เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผอ.สคล. กล่าวว่า ที่ผ่านมาสังคมไทยมองการให้เหล้าเป็นของขวัญ เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมยินดี และเลยเถิดถึงขั้นมองว่าหากมีเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีราคาแพง จะเป็นเครื่องสะท้อนถึงความสำคัญหรือระดับสถานะของผู้รับจนกลายเป็นช่วงเวลาที่บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งเสริมการขายอย่างหนัก ซึ่งองค์การอนามัยโรคยืนยันแล้วว่าสุราเป็นสาเหตุของโรคกว่า 200 ชนิด รวมถึงอุบัติเหตุ ความรุนแรง การล่วงละเมิดทางเพศ และหากดูสถิติช่วงเทศกาลพบว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากกว่าช่วงปกติถึง2.5เท่า คือเฉลี่ย87รายต่อวัน สาเหตุอันดับหนึ่งมาจากเมาแล้วขับ ส่วนช่วงเวลา18.00-23.59น.จะเป็นเวลาเกิดเหตุอุบัติเหตุโดยมีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องมากที่สุด

/data/content/26891/cms/e_abcdefhsvxy1.jpg

          ขณะที่ นายทวี เกษตรวณา อายุ 52 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป กล่าวถึงอดีตที่เคยติดสุราว่า เริ่มดื่มสุราตั้งแต่เป็นวัยรุ่น เพราะชอบสังสรรค์เฮฮากับเพื่อนฝูง เข้าวัยทำงานก็ยังดื่มและหนักขึ้นเรื่อยๆ หลังเลิกงานจะซื้อสุรามาดื่มเป็นประจำ ต้องดื่มจนกว่าจะหลับไปกับวงเหล้า ช่วงที่ดื่มหนักสุดคือ1ลัง หรือ24ขวดต่อวัน หมดเงินไปกับค่าเหล้ามากกว่าค่าใช้จ่ายในบ้าน ช่วงนั้นมีปัญหากับภรรยาเป็นประจำ หากห้ามไม่ให้ดื่มจะลงไม้ลงมือทุบตี ส่วนลูกทั้ง2คนถึงขั้นไม่คุยด้วยห่างเหิน และมีหลายครั้งที่เกิดอุบัติเหตุเพราะเมาแล้วขับโชคดีที่รอดชีวิตมาได้

          “เมื่อดื่มหัวราน้ำและหนักขึ้นเรื่อยๆทุกวัน จนคนรอบข้างระอา ตราหน้าว่าไอ้ขี้เมา ร้านค้าหลายรายส่ายหน้าไม่ยอมให้ติดหนี้ค่าเหล้า ช่วงนั้นเจอมรสุมทั้งปัญหาหนี้สิน ลูกเมียและหลานไม่ยอมรับ ชาวบ้านรังเกียจไม่พูดคุยด้วย จนกระทั่งเริ่มทบทวนตัวเองและกลับใจหันมาลดละเลิก ปัจจุบันเลิกเหล้าเด็ดขาดชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เมื่อก่อนจะดีใจมากถ้ามีใครให้เหล้าเป็นของขวัญ รู้สึกได้รับเกียรติ แต่ปัจจุบันนี้สรุปได้ชัดเจนว่ามันไม่มีค่าอะไรสำหรับตัวเองเลย เป็นยาพิษเป็นการส่งความทุกข์ให้กันมากกว่า อยากฝากถึงทุกคน ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ขอให้มองเห็นปัญหาผลกระทบจากสุรา ให้นึกถึงคนรอบข้าง และปีใหม่นี้ควรมอบหรือทำสิ่งดีๆให้คนที่เรารักแทนการให้ของมึนเมา”นายทวี กล่าว