facebook rss feed thai language english language

หลากวิธีลด-เลิกเหล้าบุหรี่นวัตกรรมคืนความสุขสู่ชุมชน

ที่มา คม ชัด ลึก วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม 2557

เอ่ยถึง “นวัตกรรม” หลายคนอาจคิดถึงสิ่งประดิษฐ์แปลกใหม่ ที่มีคุณประโยชน์ แทบไม่มีใครนึกถึงสิ่งใกล้ตัวที่เคยเห็นจนชินตาว่าจะต่อยอดให้กลายเป็นนวัต กรรมใหม่ที่มีคุณค่าได้ เช่น การนวดกดจุด เพื่อให้สิงห์อมควันเลิกสูบบุหรี่ ที่ ต.โพนทอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ


                ผศ.มณฑา เก่งการพานิช จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า "ปัจจัยที่ทำให้ปรับพฤติกรรมเสี่ยงและกระบวนการทำงานประเด็นเหล้าบุหรี่” แม้ที่ผ่านมาทั้งภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ จะรณรงค์ให้เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ แต่พบว่าอัตราการเสพเหล้า-บุหรี่ ในสังคมไทยยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เพราะเหล้า-บุหรี่ ยังเป็นสิ่งหาซื้อได้ง่าย มีให้เลือกทั้งที่เสียภาษีสรรพสามิตอย่างถูกต้อง และเหล้าบุหรี่ปลอดภาษี หรือเลี่ยงภาษี

                จึงเป็นเรื่องน่ายินดีที่หลายชุมชนมองเห็นความสำคัญของการปัญหาการติด เหล้า-บุหรี่ และพยายามหาวิธีการให้ท้องถิ่นของตนเองปลอดเหล้า-บุหรี่ได้สำเร็จในระดับ หนึ่ง เช่น โครงการธนาคารเหล้า บ้านดงยาง-พรพิบูลย์ อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี, โครงการเพื่อนช่วยเพื่อน ต.โพนทอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ, โครงการครอบครัวอบอุ่น ชุมชนลดเหล้าบ้านแม่ป่าข่า ของ รพ.สต.ทาปลาดุก จ.ลำพูน, โครงการดอนแก้วสดใสไร้ควันบุหรี่ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่, โครงการพลังวัฒนธรรมชุมชนกับการช่วยเลิกบุหรี่ ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ หรือโครงการสวนดอกปลอดบุหรี่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ เป็นต้น

                สมัย ไชยคำจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านดงยาง เล่าว่า บ้านดงยาง-พรพิบูลย์ เดิมเป็นหมู่บ้านเดียวกัน เพิ่งแยกออกเป็น 2 หมู่บ้านเมื่อเร็วๆ นี้ มีทั้งหมด 261 หลังคาเรือน ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และทำผ้ามัดหมี่ย้อมคราม ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย แต่ช่วงที่ผ่านมากลับพบว่าชาวบ้านเสพเครื่องดื่มมึนเมามากขึ้น เห็นได้จากการนำเข้าเหล้า-เบียร์ของร้านค้าในชุมชน และปริมาณขยะจากขวดเหล้า-เบียร์ ซึ่งจากการสำรวจชาวบ้านทั้งหมด 1,070 คน ดื่มแอลกอฮอล์ถึง 522 คน หรือคิดเป็น 48.78%

                “ปัญหาที่ตามมาคือ เกิดอุบัติเหตุบ่อยจากความมึนเมา ขาดสติ โดยในรอบปีที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุถึง 10 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย พิการ 3 ราย ซ้ำยังเกิดการลักเล็กขโมยน้อย ครอบครัวแตกแยก ทะเลาะวิวาทในงานบุญ และเมื่อมีงานศพ เจ้าภาพต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเหล้าเลี้ยงแขกถึงงานละ 30,000 บาท” ผู้ใหญ่บ้านดงยาง อธิบาย

                วิธีการแก้ไขปัญหา จึงจัดตั้งสภาชุมชนร่วมกันทั้งบ้านดงยาง และบ้านพรพิบูลย์ ดึงผู้นำด้านต่างๆ เช่น ผู้นำคุ้ม ผู้นำหมู่บ้าน ครู พระ ผู้นำสตรี เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เข้ามาเป็นคณะกรรมการ แล้วจัดอบรมบทบาทหน้าที่ ก่อนพาไปศึกษาดูงานหมู่บ้านที่ดำเนินการเลิกเหล้ามาแล้ว และกลับมาทำมติผ่านประชาคมหมู่บ้าน เชิญเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอ เช่น นายอำเภอ สาธารณสุข เข้าร่วม พร้อมทั้งลงนามในพันธสัญญาบนผ้าขาวขนาดใหญ่ แล้วติดไว้ในศาลากลางบ้าน และเมื่อถึงเทศกาลสำคัญเช่น เข้าพรรษา ก็ให้แต่ละคนเขียนพันธสัญญาที่ตนเองจะปฏิบัติลงบนขวดแก้ว เช่น จะเลิกเหล้า-บุหรี่ ช่วงเข้าพรรษา แล้วนำมาวางรวมกันไว้ ให้สังคม ชุมชนรับรู้ จะได้ช่วยกันสอดส่อง และคอยเตือนสติเมื่อพลั้งเผลอ ซึ่งปรากฏว่าได้ผลดี นอกจากจะลดค่าใช้จ่าย ลดอุบัติเหตุจากความประมาทมึนเมาแล้ว ยังทำความสัมพันธ์ในครอบครัวกลับมาแน่นแฟ้น คนในบ้านหันหน้ามาพูดคุย ใช้เวลาว่างทำกิจกรรมด้วยกันมากขึ้น

                ขณะที่โครงการเพื่อนช่วยเพื่อน ต.โพนทอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ บอกว่า การนวดแผนไทย และนวดฝ่าเท้า เป็นศาสตร์ที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และความตึงเครียดตามจุดต่างๆ ในร่างกาย แต่หากศึกษาอย่างถี่ถ้วน จะพบว่า บริเวณเท้ามีปลายประสาทที่เชื่อมโยงไปสู่อวัยวะอื่นๆ ของร่างกาย การกด 5 จุดที่นิ้วโป้งซ้าย จึงถือเป็นนวัตกรรมหนึ่งที่พัฒนามาจากการนวดฝ่าเท้า และส่งผลสะท้อนไปยังส่วนสมอง ช่วยให้คนเลิกบุหรี่ได้ เพราะเมื่อสูบจะรู้สึกรสชาติเปลี่ยนไปจนไม่อยากสูบอีก ทั้งนี้ต้องนวดอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จำนวน 2 สัปดาห์ และตั้งเป้าหมายร่วมกันที่จะเลิกบุหรี่ เพื่อให้เกิดกำลังใจอันแข็งแกร่ง

                ประยงค์ ทองพระพักตร์ จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเทพพัฒนา อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ผู้รับผิดชอบโครงการพลังวัฒนธรรมชุมชนกับการช่วยเลิกบุหรี่ ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ เล่าถึงสาเหตุที่นำวัฒนธรรมชุมชนเข้ามากำหนดกลวิธีในการช่วยเลิกบุหรี่ว่า เกิดจากการสำรวจพบว่า ชาวบ้านใน ต.โคกมะม่วง ติดบุหรี่มากถึง 2,346 คน จาก 10,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 27 และส่วนใหญ่มวนสูบเองมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 20 ปี ทำให้ปัญหาการเกิดโรคเรื้อรังมีแนวโน้มสูงขึ้น

                ในการดำเนินงานของ รพ.สต.จึงเชิญชวนชาวบ้านที่สูบบุหรี่เข้าร่วมโครงการอย่างสมัครใจ เริ่มจากการตั้งจิตอธิษฐานเลิกบุหรี่ต่อหน้าพระพุทธรูปในวัด ใช้คาถาชุมนุมเทวดาเพื่อสร้างกำลังใจให้แก่ผู้สูบบุหรี่เกิดความเชื่อมั่นใน การเลิก แล้วให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านออกตรวจเยี่ยม อบรม และติดตามถึงบ้าน หากรายใดมีอาการอยากบุหรี่ก็ใช้สมุนไพรช่วย เช่น มะนาว หรือรางจืด ขณะเดียวกันก็ให้ปราชญ์ชาวบ้าน ซึ่งเป็นต้นแบบที่คนในชุมชนให้ความเคารพนับถือช่วยเป็นวิทยากร และอาศัยระบบพี่น้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเลิกได้อย่างแท้จริง

                เมื่อดำเนินการได้ 1 ปี พบว่ามีผู้เลิกบุหรี่ได้ถึง 430 คน จากผู้เข้าโครงการ 956 คน โดยเลิกได้ภายในระยะเวลา 1-6 เดือน ร้อยละ 16.57 ที่เหลือก็สามารถลด ละบุหรี่ได้ในเวลาต่อมา ทำให้ปริมาณคาร์บอนมอนอกไซด์ในปอดลดลง ส่งผลต่อสุขภาพที่ดีขึ้น

                กิจกรรมต่างๆ ที่แต่ละพื้นที่จัดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่จะให้ชุมชน ลด ละ เลิก เหล้า-บุหรี่ และเมื่อกระตุ้นให้คนในท้องถิ่นมองเห็นปัญหา พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายไว้อย่างเดียวกัน แล้วดำเนินกิจกรรมเสริมอื่นๆ โดยใช้นวัตกรรม วัฒนธรรมชุมชน รวมถึงความศรัทธา เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ทำให้เกิดขวัญและกำลังใจที่เข้มแข็ง การเลิกเหล้า-บุหรี่ จึงเห็นผลในเชิงประจักษ์